tanawat lawyer

เพื่อนเบี้ยวหนี้ มีสัญญากู้ยืม จ้างทนายฟ้องคุ้มไหม และคิดค่าบริการอย่างไร

เนื้อหาโดย tanawat lawyer

สรุป: การมีสัญญากู้ยืมทำให้มีน้ำหนักพยานหลักฐานสูง จะคุ้มค่าหรือไม่ขึ้นอยู่กับยอดหนี้และความสามารถในการจ่ายของลูกหนี้ ส่วนค่าจ้างทนายความมักคิดแบบเหมาจ่ายตามชั้นศาล หรือตกลงคิดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากยอดหนี้ที่เรียกเก็บได้จริง

ปัจจัยพิจารณาว่าฟ้องคดีคุ้มค่าหรือไม่

การมีสัญญากู้ยืมเงินและหลักฐานการโอนเงินที่ชัดเจน ช่วยให้การพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาลทำได้ง่ายขึ้น แต่การตัดสินใจจ้างทนายความควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ดังนี้:

  • ยอดหนี้เทียบกับค่าใช้จ่าย: หากยอดเงินกู้ยืมหลักหมื่นต้นๆ การจ้างทนายความอาจไม่คุ้มกับค่าดำเนินการ เว้นแต่เป็นยอดหนี้ที่มีมูลค่าพอสมควรหรือลูกความต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อป้องกันการขาดอายุความ
  • สถานะทรัพย์สินของลูกหนี้: แม้ชนะคดีในศาล แต่หากลูกหนี้ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินฝาก หรือไม่มีทรัพย์สินให้ยึดอายัด เจ้าหนี้ก็อาจไม่ได้รับการชำระหนี้ การตรวจเช็กเบื้องต้นว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินหรือไม่จึงสำคัญมาก
  • อายุความแห่งคดี: สัญญากู้ยืมเงินมีอายุความ 10 ปี (หากไม่มีกำหนดผ่อนเป็นงวด) ต้องฟ้องก่อนหมดอายุความ

โครงสร้างค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้อง

รายการค่าใช้จ่ายลักษณะการเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมศาลชำระต่อศาลตามร้อยละของทุนทรัพย์ที่ฟ้องร้องตามเกณฑ์กฎหมาย
ค่าวิชาชีพทนายความคิดเป็นอัตราเหมาจ่ายดำเนินคดีจนถึงชั้นพิพากษา หรือตามตกลง
ค่าสืบทรัพย์และบังคับคดีเกิดขึ้นหลังจากศาลตัดสินแล้วลูกหนี้ยังไม่ยอมชำระหนี้

สำนักงาน ธนวัฒน์ทนายความ ให้บริการว่าความและดำเนินคดีทางแพ่งด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์รูปคดีอย่างตรงไปตรงมาก่อนเริ่มดำเนินคดี เพื่อให้ลูกความทราบความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในการรับชำระหนี้จริง